ไปเปลี่ยนบรรยากาศที่เกาะพีพี (รอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้)

หายไปนานเพราะมีเรื่องเครียดๆให้คิดและทำ
แต่ระหว่างนั้นก็มีโอกาสไปพักผ่อนที่เกาะพีพีแบบไปเช้าเย็นกลับ
เข้าหน้าฝนแล้ว แต่อากาศที่พีพียังดี ไม่มีฝน โชคดีจริงๆ

 

บรรยากาศที่เกาะพีพี ดีกว่าปีที่แล้วหน่อยนึง มีร้านรวงสวยๆที่เพิ่งสร้างใหม่เยอะแยะ
แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเน่าเละเทะเหมือนเดิม เหมือนหลายคนหมดกะจิตกะใจจะกลับมาทำธุรกิจที่นี่อีก
เพราะสึนามินั่นแหละ ที่สำคัญ ต้นมะพร้าวร้อยๆต้นที่เคยให้ความร่มรื่นก็หายไปหมดตั้งแต่สึนามิ
ความร่มรื่นของเกาะก็เลยหายไปหมด ภาพเกาะพีพีที่ร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าวในโบร์ชัวร์
ก็แค่เอาไว้หลอกนักท่องเที่ยว เพราะพอมาจริงๆมันไม่ได้สวยและร่มรื่นอย่างนั้นแล้ว..

แม้บางมุมของเกาะยังดูสวยสงบ แต่บางมุมก็ดูอึกทึกจอแจเกินไป
ว่าไปแล้วตอนนี้เกาะพีพี ก็เหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวระดับล่าง
ที่มีไว้รองรับมหาชนที่แห่กันมาแบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อดูว่าพีพีมันหน้าตาเป็นยังไง แล้วก็กลับไป.. 
หาดทรายบางส่วนก็ไม่ขาวเหมือนเดิม ขยะก็เกลื่อนเกาะ
น่าจบแล้วสำหรับยุครุ่งเรืองของเกาะพีพี.. 
รัฐบาลน่าจะหาทางทำอะไรได้แล้ว สำหรับเกาะนี้

 

เปลี่ยนมาเข้าประเด็นเหตุการณ์บ้านเมืองกันดีกว่า
ระยะหลังนี้อเมริกากับไทยขัดแย้งกันในหลายๆเรื่อง
หากติดตามบลอคจีรศักดิ์ก็จะทราบว่าบลอคนี้เป็นสมาชิกชมรมคนเกลียดอเมริกา
ทั้งๆที่จีรศักดิ์ไม่ใช่อิสลามแต่อย่างใด..
เรามาว่ากันสองประเด็น จะเขียนแบบไม่ให้มันวิชาการมากนะ

ประเด็นแรก ว่ากันแบบย่อๆ เรื่องที่รัฐบาลไทยขอใช้สิทธิ์ผลิตยาต้านเชื้อเอดส์เอง
ซึ่งยาตัวนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทยาในสหรัฐ จริงๆแล้วการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
แต่ตามข้อตกลงขององค์กรการค้าโลก WTO ระบุว่ารัฐบาลสามารถทำได้หากมีความจำเป็น
จริงๆ เช่นเพื่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ
โดยต้องจ่ายค่าตอบแทนให้บริษัทยาอย่างเหมาะสม

การกระทำของไทยถูกต่อต้านจากรัฐบาลสหรัฐ และถูกตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีประเทศไทย
เป็นประเทศที่ต้องเฝ้าจับตามองในการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นผลให้ไทยอาจถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี
ในการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ

ในกรณีนี้ รัฐบาลเองก็ต้องคิดให้ดีว่าจะเลือกเอาระหว่างคนที่ติดเชื้อเอดส์หลายแสนคน
ที่ไม่มีเงินซื้อยาราคาแพงเกินรับได้จากสหรัฐ
กับสินค้าส่งออกบางตัวที่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษในการส่งออกไปยังสหรัฐ

สหรัฐเองก็ต้องมีคุณธรรมบ้าง ในการไม่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทยาจนเกินไป
เพราะยาถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญมากต่อมนุษยชาติ การคิดค้นยาตัวใหม่ได้
ถือว่าได้สร้างประโยชน์มหาศาลให้กับโลกมากกว่าที่จะนำไปสร้างผลกำไรให้บริษัทเดียว

บางคนอาจจะโต้แย้งว่า หากอนุญาติให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ยาอย่างกว้างขวาง
แล้วบริษัทจะเอาทุนไหนไปวิจัยยาตัวใหม่ คำโต้แย้งนี้อาจจะจริง.. แต่จริงเพียงบางส่วน
เพราะทราบกันไหมว่าบริษัทยาทำกำไรมหาศาลเพียงไรในแต่ละปี
แล้วยาส่วนใหญ่ที่บริษัทคิดค้นก็เป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่ไม่ใช่โรคเมืองร้อนแบบเมืองไทย
สรุปคือ ยาส่วนใหญ่เป็นยาเพื่อการตลาด เช่น ยาลดความอ้วน (ขอกินบ้างโว้ย)
ยาไร้สาระ และยาที่รักษาโรคทั่วไปที่ไม่ว่าคนในแถบไหนของโลกก็เป็น (รวมทั้งคนสหรัฐด้วย)
สรุปอีกทีก็คือ ยาที่คิดค้นส่วนใหญ่ก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น..
บริษัทไหนละครับที่บ้าคิดค้นแต่ยารักษาโรคเขตร้อนที่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศยากจนแบบเรา
(ยอมรับเถอะครับ ว่าไทยเราจน)

ไทยเราไม่มีวันหรอกครับที่จะคิดค้นยาใหม่ๆ เพราะดูเศษเงินที่รัฐบาลโยนให้
มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยก็จะเข้าใจ..

ประชาธิปไตย และทุนนิยมที่สหรัฐพยายามผลักดันให้เราเป็น ก็เพราะสหรัฐจะได้
เจาะตลาดเราและกดขี่เราได้ง่ายโดยอาศัยความเป็น"เสรี" ที่เราเองเชิดชูกัน
ทั้งๆ สหรัฐเองจะว่าไปแล้ว มีความเสรีอย่างจริงแท้หรือไม่
การผูกขาดการผลิตยาโดยผู้ผลิตเดียวไม่เรียกว่า "ผูกขาด" จะเรียกว่าอะไร
แล้วการ "ผูกขาดจะเรียกว่า "เสรี" ได้อย่างไร

การค้าเสรีนำประโยชน์ให้แต่ประเทศหรือกลุ่มที่เข้มแข็งกว่า
ถ้าเราอ่อนแอกว่า รัฐต้องเข้าแทรกแทรงบ้าง
ดังนั้นไทยต้องมีผู้นำที่ฉลาดและมีคุณธรรม
รู้ว่าอะไรพร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเปิดเสรี
ไม่งั๊นประเทศไทยก็จะล่มจมเสียเปรียบเขาอยู่วันยังค่ำ

ถามว่าทุนนิยมรับใช้ใคร ในประเทศไร้การพัฒนาอย่างบ้านเรา
ทุนนิยมก็รับใช้กลุ่มคนรวยเพียงหยิบมือที่เป็นเจ้าของทรัพยากรกว่าค่อนประเทศ
นักการเมืองส่วนใหญ่ก็มาจากบุคคลที่ร่ำรวยและมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
แต่ปากว่าตาขยิบคร่ำครวญว่าตนเองอยากจะช่วยคนจน

ฉะนั้นพนันได้เลยว่า ในที่สุดไทยจะเลือก "การค้า" มากกว่า "สาธารณสุข"
กล่าวง่ายๆ ขอกูขายของได้ คนอื่นจะตายช่างแม่ง
พนันได้ กรณียาระงับเอดส์รายการนี้ น่าจะเป็น "มวยล้ม"

คิดแล้วเครียดว่า ประเด็นที่สองเอาไว้ก่อน เหนื่อยแล้ว..

ทิ้งท้าย

หนังสือเรียนของเรา พยายามเชิดชูว่า ทุนนิยมและการค้าเสรีจะนำเราไปสู่ความมั่งคั่ง
แต่ลองดูกันไปเถอะ ทุนนิยมและการค้าเสรีจะนำเราไปสู่ความวุ่นวาย
และนำความยากจนมาสู่พลเมืองส่วนใหญ่ตลอดกาล
ถ้าประเทศจนอยู่ดีดีรวยขึ้นมา ประเทศรวยก็อยู่ไม่ได้
ดังนั้นประเทศรวยก็ต้องกดขี่ประเทศจนให้มันจนตลอดกาล (เหมือนรูปการ์ตูนข้างบน)
ตัวเองจะได้ EXPLOIT ประเทศที่อ่อนแอกว่าได้อย่างเต็มที่
นี่แหละครับ เวรกรรมของโลกนี้ เวรกรรมของประเทศไทยที่เกิดมาจน
แถมมีผู้นำปลิ้นปล้อนสับปรับ และระบบบริหารประเทศห่วยๆ 
เราไม่ใช่ประเทศ "กำลังพัฒนา" ครับ
คำนั้นเป็นแค่คำสวยหรู เหมือนเรียก "หมา" ว่า "สุนัข"
จริงๆแล้ว ประเทศเรา "จน" ครับ

ยอมรับเสียก่อน แล้วค่อยมาแก้กัน

1 Comment (+add yours?)

  1. Fun Diary
    May 09, 2007 @ 13:45:43

    ประเด็นยังเฉียบคมเช่นเดิม
     

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: