เรื่องสยอง และ อาจารย์สาวชาวเกาหลี

เรื่องนี้มันผ่านมาหลายเดือนแล้ว มา เขยิบเข้ามาใกล้ๆ
มาฟังเรื่องลึกลับจากจีรศักดิ์กัน


 

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือหวีดร้องแหวกอากาศเย็นยะเยือก
ห้องจีรศักดิ์อยู่ติดภูเขา และเป็นช่วงปลายปี อากาศยามเช้าจึงเย็นจับขั้ว

มันเป็นหัวรุ่งที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จีรศักดิ์เดินตัวสั่นไปหยิบมือถือ
เสียงทางโน้นสั่นๆด้วยความความกลัว เป็นสายของอาจารย์สาวชาวเกาหลี

"ทำยังไงดี ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย ดังออกมาจากป่าหลังเขา"
จีรศักดิ์เสียวสันหลังวาบ ห้องจีรศักดิ์ใกล้ภูเขาที่สุดแล้ว เอ แต่ไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย
จีรศักดิ์ถามกลับ "เหรอ เสียงร้องเป็นภาษาอะไรล่ะ ภาษาไทยเหรอ"

ทางโน้นตอบกลับ "เป็นภาษาเกาหลี" เค้าร้องซ้ำๆว่า "หน่า จุ๊ง ทัว จู" !!!!
สมองจีรศักดิ์เริ่มสับสน ใครมันจะบ้ามาร้องช่วยด้วยเป็นภาษาเกาหลี
เอ หรือเขาตั้งใจจะร้องให้คนเกาหลีเข้าใจ แหม อินเตอร์จริงๆเลย มหาลัยเรา
(เฮ้ย กำลังเล่าเรื่องสยอง อย่าเพิ่งออกตลกคาเฟ่)

"ฉันว่าน่าจะไม่ใช่คนนะ ฉันได้ยินอย่างนี้มาสองสามวันแล้วหละ" อาจารย์สาวครวญ
"เธอมาห้องฉันได้ไหม มาฟังเสียงสิ"
จีรศักดิ์เองก็อยากพิสูจน์ว่ามันเป็นสียงอะไรกันแน่
ก็เลยรีบวิ่งไปที่ห้องอาจารย์เกาหลีที่อยู่ชั้นบนสุดของอีกตึกนึง
พอไปถึงห้องก็รีบแจ้นไปที่ระเบียงแล้วมองออกไปทางภูเขาป่าดิบดูทะมึนพิลึก

"ไม่เห็นได้ยินอะไรนี่" จีรศักดิ์บอกกับอาจารย์เกาหลี
"อืม เสียงมันเพิ่งหยุดไป" จีรศักดิ์เริ่มมีน้ำโห ตะโกนออกไปทางภูเขา
"เฮ้ย ช่วยด้วยอะไรล่ะ เน่จริงออกมาสิ ร้องอยู่ได้" จีรศักดิ์เป็นคนชอบลองของ
ไม่ค่อยกลัวอะไรที่มองไม่เห็น (ดีนะที่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้)

รออยู่สักครู่ ไม่เห็นมีเสียงอะไร ก็เลยขอตัวกลับ แต่กำชับว่า ถ้าพรุ่งนี้ได้ยินเสียงอีก
ให้รีบโทรมาทันที

 

 

 

…………………………………………..

 

 

ผ่านไปสองวัน โดยที่ไม่มีเสียงโทรศัพท์แหวกอากาศยามเช้า
พอเจอหน้าอาจารย์เกาหลี ก็เลยได้โอกาสถามว่ายังได้ยินเสียงนั้นอยู่ไหม

"ฉันให้นักศึกษามานอนด้วยเป็นเพื่อน" อาจารย์เกาหลีตอบ
"เหรอ เหรอ แล้วได้ยินไหม" จีรศักดิ์ละล่ำละลักถาม
"ได้ยินสิ แต่นักศึกษาบอกว่า มันเป็นเสียง ไก่ขัน

เหมือนภูเขาไฟมาระเบิดตรงหน้า พอตั้งสติได้รีบใช้สมองคำนวน
โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายอธิบาย อ๋อ ไอ้คำว่า "หน่า จุ๊ง ทัว จู"
ในภาษาเกาหลี มันเหมือนกันเสียง "เอ่ก อี๊ เอ้ก เอ้ก" นี่เอง
แล้วอาจารย์เกาหลีเธอคงเป็นสาวซิตี้ ไม่เคยอยู่บ้านนอก
ก็เลยแทบจะไม่เคยได้ยินเสียงไก่ขัน
(ใครไปเกาหลีจะรู้ว่าเขาอยู่คอนโดกันหมดเกือบทั้งประเทศ)

แล้วไอ้ไก่นี่มันก็ไม่ได้ขันทุกวัน นานน๊านชาตินึง ถ้าขยันมันถึงจะขัน
แล้วหมู่นี้ก็ไม่ได้ยินเสียงมันเลย สงสัยลงหม้อคนงานในมอไปแล้ว
อาจารย์เกาหลีเองก็แทบไม่เคยตื่นเช้า อยู่มานานจึงเพิ่งจะได้ยิน
เลยพาลนึกไปว่าเป็นเสียงคนร้อง

เรื่องสยองจึงกลายเป็นเรื่องขำขันด้วยประการฉะนี้
เล่าไปถึงไหน อายไปถึงนั่นจริงๆ

ที่เล่าเรื่องนี้ก็เป็นเพราะว่า จีรศักดิ์จะเข้าประเด็นว่า
จีรศักดิ์เหมือนเคยทำเวรทำกรรมกับชนชาติกาหลี
ทั้งๆที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมาแท้ แต่กลับต้องมาทำงานเกี่ยวข้องกับประเทศเกาหลี
สารพัด รวมไปถึงดูแลนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวเกาหลีด้วย

เมื่อสองวันที่แล้ว ได้พานักศึกษาชาวเกาหลี 2 คน ไปเที่ยวหาดป่าตอง
หนึ่งในคุณเธอเกิดอยากจะเล่นพาราชู๊ต (เรือลากร่ม)
 แพงไม่หยอก 5 นาที 500 บาท (ต่อสุดฤทธิ์แล้วนะนี่)

 

เรือกำลังสากสาวกิมจิไปแล้วววววว
ไวมาก พริบตาขึ้นฟ้าไปแล้ว
(เลือกรูปเบลอๆมาเพื่อ privacy ของเค้า)

 

เหิรฟ้าไปโน่นแล้ว อยากลองเล่นบ้างจังเลย
ท่าทางข้างบนยามพระอาทิตย์ตกจะเห็นวิวสวยขนาด

กลับลงมาแล้ว ดิ่งลงมาอย่างกับจรวดชาเลนเจอร์
ผู้คนวิ่งหลบกันระนาว ท่าทางมันจะอันตรายก็ตรงนี้นี่เอง

พอจะจ่ายเงิน ถูกบีชบอยต่อว่า เพราะตอนต่อราคา เราขอราคาคนไทย
แต่ลงมาเค้าเพิ่งรู้ว่าไอ้คนที่ขึ้นไปลอยฟ้าไม่ใช่คนไทย ก็ออกอาการโมโห
อ้าว ก็คนต่อราคาเป็นคนไทยไง แหมพี่มืดก็…

วันนั้น ท้องฟ้ายามเย็นเห็นแสงอำไพ สวยซึ้งจริงๆ
อยากมีบ้านเห็นอาทิตย์ตกแบบนี้ทุกวันจังเลยยยย

จบข่าว

1 Comment (+add yours?)

  1. hong
    Jun 11, 2007 @ 10:13:30

    เรื่อง ผีเกาหลี ของพี่นึกถึงกี่ครั้ง ก็ยังขำอยู่ดี ต้องจินตนการถึงตอนที่พี่กำลังเล่าด้วย จะยิ่งขำมากขึ้น
     

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: