กรุงโซล ภาครันทด.. (ตอนที่ 1)

จีรศักดิ์กลับมาจากโซลแล้วจ้า ถือเป็นการเที่ยวกรุงโซลครั้งที่สามในชีวิต
ครั้งแรกวันเดียวไม่ค้างคืน ครั้งที่สองค้าง2คืน ครั้งนี้ได้ลุยเดี่ยวเลยกะว่าจะอยู่สัก4-5คืน
เป็นการเที่ยวแบกเป้และนอนจิมจิลบัง (ใครไม่รู้จักจิมจิลบัง โปรดอ่านตอนก่อนๆนะจ๊ะ
แต่พูดแบบย่อๆคือที่พักที่ต้องนอนและอาบน้ำรวมกับคนอื่นน่ะ) เน้นประหยัด
แต่ต้องอาศัยความอดทนสูง รถไฟก็ไม่เอารถด่วนความเร็วสูง เอารถแบบหวานเย็น
แบบจอดทุกสถานี แต่ขอโทษ.. สภาพรถไฟหวานเย็นเกาหลีช่างต่างจากรถไฟไทยมากนัก
ดูรูปข้างล่างสิ เหอๆ

Z_DSC00393

ปู๊นๆ รถไฟหวานเย็นขบวน Mugunghwa ราคาแสนถูกมาแล้วจ้า
จีรศักดิ์ออกเดินทางแต่เช้าตรู่จากเมืองปูซาน 7โมงเช้ากลางฤดูหนาวฟ้ายังไม่แจ้งเลย
ค่ารถไฟประมาณ700กว่าบาท ใช้เวลา5ชั่วโมงจึงจะถึงโซล
ความเร็วประมาณรถไฟสปรินเตอร์บ้านเราอ่ะ

Z_jsa

พักแป๊บนึง มาดูกันก่อนว่าเป้าหมายหลักของการไปเที่ยวโซลครั้งนี้คืออะไร
หลักๆคือไปเที่ยวแหล่งศิลปวัฒนธรรมและชายแดนเกาหลีเหนือจ๊ะ
จีรศักดิ์อยากไปชายแดนเกาหลีเหนือมาก ตั้งแต่ดูหนังเกาหลีเรื่อง JSA
ดูแล้วอินจริงๆแทบร้องไห้ ฉากหนึ่งในเรื่องคือพันมุนจอม (Panmunjom)
ซึ่งที่นั่นจะมีทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เฝ้าระวังกันแบบหายใจรดกันได้
เค้าเปิดให้คนต่างชาติบางประเทศเข้าชมได้ (คนไทยก็อยู่ในลิสต์จ๊ะ)
แม้แต่คนเกาหลีเองก็หมดสิทธิ์ไปเยี่ยมชมนะจ๊ะ
การจะไปที่นั่นต้องซื้อทัวร์ไปเท่านั้น และมีข้อหนดเคร่งครัดหลายอย่าง 

Z_DSC00399

กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า พอขึ้นมาบนรถไฟ เฮ้ย ทหารทั้งโบกี้เลย กองทัพบกเกาหลี
ส่งทหารมาคุ้มกันจีรศักดิ์อีกแล้ว (เอ.. มุขนี้ใช้ซ้ำท่าจะไม่ได้ผล..) แหะๆ ม่ายช่ายหรอก
ช่วงนี้เป็นวันหยุดปีใหม่เกาหลีพอดี (ก็ตรุษจีนบ้านเรานี่แหละ) ดูสภาพเก้าอี้ในรถสิ
ไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นรถไฟที่ราคาถูกที่สุดในเกาหลี ไอ้อ้วนข้างหลังนอนอืดมาก
ไม่แพ้จีรศักดิ์ในชั่วโมงถัดไป  

Z_DSC00405

รถไฟแล่นขึ้นเหนือ เริ่มมีร่องรอยหิมะที่หาไม่พบในปูซาน หลับตื่นนึงก็ถึงโซล
พอถึงก็รีบใส่เกียร์หมาฝ่าลมหนาว อุณหภูมิ –8 องศา วิ่งไปค่ายทหารสหรัฐUSO
เพื่อไปซื้อทัวร์ที่ทหารสหรัฐเป็นคนจัด  ซึ่งจะถูกมากเมื่อเทียบกับซื้อทัวร์ของบริษัทเกาหลีเอง
ปรากฏว่าทัวร์งดในช่วงปีใหม่ และยังเต็มไปอีกหลายวัน จีรศักดิ์อยู่โซลนานขนาดนั้นไม่ไหว
อดเลยเรา แง๊ๆ ไม่เป็นไร เอาไว้คราวหน้าก็ได้ พรมแดนสองเกาหลีไม่รีบหนีไปไหน
ปิดเทอมฤดูร้อนนี้เจอกันแน่

Z_DSC00432        

เดินคอตกออกมาจากค่ายทหาร อากาศหนาวจัด เลยสอดส่ายหาที่หลบหนาว
เจอตึกเบ้อเริ่มเลย ใหญ่ยักษ์มาก ในแผนที่บอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สงคราม
เลยเข้าไปเที่ยวเล่น นิทรรศการข้างในดูแล้วรู้สึกหดหู่มากกว่าเพลิดเพลิน
เพราะตลอดประวัติศาสตร์เกาหลีไม่เคยได้พบพานกับความสงบสุข
คงไม่มีประเทศไหนที่ไม่เคยว่างเว้นจากสงครามเหมือนประเทศเกาหลี
สมัยก่อนรบกันเองระหว่างแคว้น ต่อมาโดนญี่ปุ่นรุกรานหลายครั้ง
และตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น ได้รับเอกราชแป๊บๆประเทศก็โดนแบ่งเป็นเหนือใต้
ต่อมาก็เจอเกาหลีเหนือบุกแบบสายฟ้าแลบ แม้แต่ตอนนี้ก็อยู่ในภาวะสงคราม
(กับเกาหลีเหนือซึ่งเป็นคนประเทศเดียวกันนี่แหละ)
ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องหยุดเรียนไปเป็นทหารสองปี
เออ เป็นอบรมในค่ายให้หายบ้ากันบ้าง หลายคนมันเถื่อนจริงๆ

 Z_DSC00435

เย็นๆเดินเล่นในเมืองสักพักก็เริ่มเหนื่อยเพราะต้องแบกเป้ คืนนั้นพักที่จิมจิลบัง
ที่อยู่ในสนามกีฬาฟุตบอลโลก2002 (ในรูปถ่ายตอนเช้าวันถัดไปซึ่งหิมะตกหนัก)
ไม่นึกเลยว่าในสนามกีฬาจะมีทุกอย่าง ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง ร้านอาหาร ฟิตเนส
Wedding Hall และจิมจิลบังด้วย นี่แหละผลของการที่รัฐบาลทำอะไรร่วมกับ
private sector หรือภาคเอกชน รัฐบาลไม่ต้องเปลืองงบประมาณดูแลสนามกีฬาเลย
ไม่เหมือนเมืองไทย เสร็จจากงานใหญ่แล้วแทบร้างเป็นป่าช้า ดูไร้ค่าและทรุดโทรม 

เข้าเรื่องดีกว่า จิมจิลบังที่นี่ยังถูกกว่าที่อื่น แค่สองร้อยบาทต่อคืนแค่นั้นเอง
แต่เสียดายต้องนอนรวมกันหมดทั้งชายหญิง เบาะนอนก็ไม่มี จีรศักดิ์ยิ่งเป็นคนนอนดิ้นด้วย
ถ้าเบาะไม่มี รัศมีการนอนของจีรศักดิ์ก็จะปั่นป่วน ตื่นเช้ามาเป็นไปตามคาด
ตีนจีรศักดิ์ไปแหย่หัวป้าเกาหลี ส่วนหัวจีรศักดิ์ไปซุกท้องผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้
ไม่เอาแล้ว พักที่นี่คืนเดียวดีกว่า…

Z_DSC00492  

ตื่นสายจัดเลย ออกมาข้างนอก โอววว ขาวโพลนไปหมด เมื่อเช้าหิมะตกหรือนี่
จริงๆวันนี้มีแผนจะไปเที่ยววังชางด๊อกกุง ที่ว่ากันว่าสวยสุดๆ แต่มันปิดช่วงฤดูหนาว
(เอาอีกแล้วรันทดรอบสอง) เลยไปเที่ยววังท๊อกซูกุงแทน ค่าเข้าแค่ 30 บาท
เอะใจแล้วว่าทำไมมันถูกผิดปกติ เข้าไปถึงรู้ว่ามันมีอาคารอยู่แค่7-8หลัง (แต่ก็สวยดีอ่ะนะ)
จีรศักดิ์ชอบแบบอลังการงานสร้าง เข้าไปแล้วหลงหาทางออกไม่ถูกแบบวังเคียงบ๊กกุงมากกว่า  
แต่จุดดีของวังนี้คือเค้าเปิดดนตรีโบราณเกาหลีประกอบด้วย โดยแขวนลำโพงไว้เป็นระยะ
บิวท์อารมณ์ได้ดีมากเลย ราวกับหลุดไปอยู่เกาหลีในยุคโบราณ

Z_DSC00503

วังนี้มักถูกใช้เป็นที่พักสำรอง หรือไม่ก็เป็นวังพักร้อน มีอาคารสไตล์ยุโรปด้วย
สองสามอาคาร เอาไว้อวดว่าเกาหลีเราก็มีอารยธรรม (เหมือนบ้านเราเลยเนอะ)

Z_DSC00507

ร้านกาแฟในวังน่านั่งมาก เสียดายจีรศักดิ์ไม่มีเวลานั่งแช่ และวิวที่มองออกไปด้านข้าง
ก็ไม่ค่อยสวย เพราะตำหนักที่อยู่ข้างๆกำลังถูกบูรณะ
(ช่วงนี้รัฐบาลเกาหลีไปกินอะไรมาก็ไม่รู้ บ้าบูรณะปรับปรุงมากๆ
หันไปทางไหนมีแต่ปิดปรับปรุง ได้ข่าวว่ากำลังจะพัฒนาโซลให้เป็นเมืองหลวง
ดีไซน์เลิศของโลก แต่มาซ่อมโป๊งเป๊งตอนจีรศักดิ์อยู่เกาหลีเนี่ยะนะ)

หลังจากออกจากวัง จีรศักดิ์ก็ไปเดินเล่นในเมือง แวะร้านหนังสืออันแสนจะใหญ่โตโอ่อ่า
สมกับเป็นเมืองหลวง กินข้าวกินปลา บ่ายแก่ๆ ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเกาหลี
เห็นหน้าตาแบบจีรศักดิ์แบบนี้จริงๆรักความรู้นะจะบอกให้ อิอิ
ชีวิตจีรศักดิ์ในเมืองหลวงจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอบอกใบ้ว่า ทริปครั้งนี้รันทดจริงๆ…. 

 

2 Comments (+add yours?)

  1. toton
    Jan 26, 2009 @ 15:50:43

    ถ่ายอะไรไม่เห็นใจเพื่อนเลยนะแก น่าจะเลือกแบ็คกราวน์เป็นหนุ่มตี๋หน้าตาหล่อเหลา ไม่ใช่ตือโป๊ยก่ายนอนน้ำลายไหลยืดแบบนี้

    Reply

  2. Komson
    Jan 27, 2009 @ 15:31:26

    ก้องคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ไมหน้าคล้ายกันจัง

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: