เที่ยวกรุงโซล ภาคแก้ตัว (องก์ 3)


ต่อจากตอนก่อน หลังจากกินข้าวกลางวันอิ่มหนำ
เราก็ไปเดินย่อยแถวย่านบุ๊คชน (Bukchon) ข้างวังเคียงบ๊กกุง
ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของโซลไปแล้ว
ใหม่ขนาดคนโซลหลายคนก็ยังไม่รู้จักเลย ในไกด์บุ๊คก็ยังไม่มี
ย่านนี้ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของแกลอรี่ใหม่ๆ พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ร้านอาหาร
และร้านกาแฟสวยๆ ร้านขายของจุ๊กจิ๊กกิ๊บเก๋มากมาย
บรรยากาศโรแมนติกราวกับอยู่ยุโรป จีรศักดิ์แนะนำสุดหัวใจเลย

x_02_DSC01873

ร้านอาหารหลายร้านขายอาหารตะวันตก
ตอนนี้จีรศักดิ์เอียนอาหารเกาหลีเต็มทน แค่เห็นก็จะอ้วกแล้ว
จึงตัดสินใจว่า เราจะกินอาหารค่ำใต้แสงเทียนกันที่นี่

x_02_DSC01876

การจะเดินสำรวจย่านนี้แบบถึงลึกถึงแก่น ต้องอาศัยเวลามาก
จึงลัดเลาะเอา ไม่ได้เดินหมด เพราะจะถนอมแรงไว้ไปปล่อยแก่
ที่สวนสนุก Lotte World ในวันถัดไป ฮ่าๆๆ

x_02_DSC01880

เราเดินอ้อมวังเคียงบ๊กกุงไปทางด้านหลัง (ในรูปคือด้านหลังวังนั่นแหละ) 
แล้วมาโผล่ทางหน้าวัง (วังเคียงบ๊กกุงเข้ามา 2-3หนแล้ว ไม่เข้าอีกแล้ว)
เพื่อไปดูแหล่งนัดพบแห่งใหม่ของชาวโซล นั่นคือจัตุรัสที่เพิ่งสร้างใหม่
ด้านหน้าวังเคียงบ๊กกุง เพิ่งเสร็จเอาเมื่อเดือนก่อนเอง อินเทรนด์จริงๆเรา
เดิมทีจัตุรัสนี้เป็นที่ตั้งของถนนขนาด 20 เลน (ใหญ่โครต)
แต่เค้าตัดเอาพื้นที่กลางถนนออกถึง 8 เลน
เพื่อสร้างเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองหลวง
รัฐบาลเกาหลีปัจุบันเริ่มตระหนักว่า เมืองที่น่าอยู่อาศัย
คือเมืองที่น่าอยู่สำหรับ”คน” ไม่ใช่เมืองสำหรับ”รถยนต์”
นับถือความคิดเค้าจริงๆ

x_DSC01915

นี่แหละ พื้นที่เดินเล่นใหม่ล่าสุดของชาว urban Seoul
เดิมเป็นถนนมีเกาะกลางเล็กๆที่ปลูกต้นไม้ไว้ รัฐบาลจัดการซะเรียบ
จริงๆอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เชื่อไหมว่า คนเกาหลีทั่วไป
นึกไม่ค่อยออกว่า คำว่า “ลานกว้าง” หน้าตามันเป็นอย่างไร
เพราะจนกระทั่งหลายปีก่อนเมืองหลวงแห่งนี้ไม่มีลานกว้างในเมืองเลย
ตอนนี้รัฐบาลพยายามจะสร้างลานให้มากขึ้น โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่ง
ของอภิมหาโปรเจคต์ของรัฐบาลเกาหลีที่จะพัฒนาเมืองโซล
ให้กลายเป็นเมืองแห่งดีไซน์ระดับโลก โอว…
สงสาร และสมเพช เมืองฟ้าอมร อย่างกรุงเทพจังว่ะ…..

x_DSC01907

มองไปทางหน้าวังเคียงบ๊กกุงจะเห็นเหมือนเป็นฉากกั้นอะไรบางอย่างอยู่
จริงๆแล้วเค้ากำลังทำการสร้างประตูวังใหม่ 
เอ๊ะ แล้วของเดิมมันไม่ดียังไงล่ะ
จีรศักดิ์อยากรู้มากขนาดต้องไปค้นข้อมูลในเนท ไม่งั๊นนอนไม่หลับ
เรื่องมันยาวมากเลย ท้าวความไปถึงช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีเป็นอาณานิคม
ญี่ปุ่นพยายามย่ำยีเกียรติภูมิของชาวเกาหลีในทุกเรื่อง วังเคียงบ๊กกุง
และถนนขนาดใหญ่มโหฬารหน้าวังถูกลดคุณค่า
ด้วยการสร้างอาคารบริหารอาณานิคมเกาหลีของรัฐบาลญี่ปุ่นตรงหน้าวังเลย
และรื้อประตูวังทิ้งด้วย ส่วนตัววังกลับไม่เผาทิ้งเหมือนคราวก่อนๆแฮะ
ลองดูรูปข้างล่างสิ

 x_DSC00687

รูปนี้ถ่ายสมัยเมื่อเกาหลีตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นสมัยก่อนสงครามโลก
จากรูปจะเห็นตัวอาคารเป็นทรงยุโรปใหญ่โต ตั้งทะมึนปิดกั้นวังเคียงบ๊กกุง
จนมองจากถนนใหญ่ไม่เห็นอะไรเลย ส่วนประตูวังก็ถูกรื้อทำลายทิ้ง
เลยกลายเป็นว่า วังเบ้อเริ่มทั้งวังถูกปิดกั้นจนมองไม่เห็นเป็นวังอีกต่อไป
แถมยังปลูกต้นไม้ไว้กลางถนน เพื่อลดความยิ่งใหญ่ของถนนหน้าวัง
ยังไม่สาแก่ใจ ยังสร้างสวนสัตว์ไว้ใกล้เรือนประทับอีกด้วย

x_Japanese_GeneralGovernmentBuildingFront

ในรูปข้างบนเป็นช่วงช่วงหลังสงคราม ราวๆ30ปีก่อน
เกาหลีเป็นอิสระจากญี่ปุ่นเพราะญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกยับเยิน
แต่ช่วงนั้นเกาหลีก็ยังไม่ได้รื้ออาคารทิ้ง (แหม ว่าไปมันสวยดีออกนะ)
แต่กลับสร้างประตูวังขึ้นมาใหม่ทนแทนของเดิมที่ถูกญี่ปุ่นทำลายไปในช่วงอาณานิคม
ประตูวังใหม่ตั้งขนานอยู่หน้าอาคารสุดที่รัก อย่างที่เห็นในรูป 

แต่เมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้ว รัฐบาลเกาหลีตัดสินใจทุบอาคารของญี่ปุ่นทิ้ง
เพราะมันเป็นเหมือนหนามคอยแทงจิตใจคนเกาหลีให้นึกถึงการถูกญี่ปุ่นย่ำยี
เปิดทางให้เห็นประตูวัง และตัววังอย่างชัดเจนเมื่อมองจากถนนใหญ่

อ้าว แล้วปัจจุบันนี้หาเรื่องทุบประตูวังที่สร้างเมื่อ30ปีก่อนทิ้งแล้วสร้างใหม่ทำไมล่ะ
มันเป็นเพราะว่า ประตูที่สร้างใหม่เมื่อตอนโน๊น
มันไม่ตรงกับตำแหน่งของประตูเดิมที่ญี่ปุ่นทำลายไป
เนื่องจากมันถูกสร้างให้ขนานกับอาคารเสี้ยนหนาม
แทนที่จะอยู่ตรงกับตำแหน่งเดิมตอนก่อนจะถูกญี่ปุ่นทำลาย
ในเมื่ออาคารของญี่ปุ่นดังกล่าวถูกทุบออกไป รัฐบาลปัจจุบัน
จึงมีความคิดย้ายประตูให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์
นอกจากนั้นก็จะสร้างให้มันเหมือนของเดิมจริงๆที่สร้างด้วยไม้ด้วย
ปัจจุบันนี้ ประตูดังกล่าวก็ยังสร้างใหม่ไม่เสร็จสักที และเอาฉากมาบังไว้กันอุจาด
อย่างที่เห็นในรูปข้างบนโน๊นนั่นแหละ อ่านแล้วงงไหมเอ่ย
ตอนแรกว่าจะไม่เขียนแล้วนะ เพราะมันซับซ้อน
แต่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์
เขียนแล้วเหนื่อยจริงๆ 

x_01_DSC01898

มองไปด้านตรงข้ามวัง จะเห็นทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา
เดินไปอีกหน่อยจะมีอนุสาวรีย์กษัตริย์ และลานน้ำพุด้วย
จริงๆแล้วตรงกลางถนนนี้เลยที่ญี่ปุ่นเคยปลูกต้นแปะก๊วยไว้จุ้มปุ๊กเรียงเป็นแถว
เพื่อปิดบังความใหญ่โตของถนน (แม๊ มันเลวจริงๆ)
ตอนนี้เกาหลีเอาออกหมดแล้ว จากนี้ไป จะไม่เหลือหลักฐานอะไรให้เห็น
แถวนี้อีกแล้วว่าญี่ปุ่นเคยมาทำอะไรไว้บ้าง ฮ่าๆๆ แต่แผลในใจลบยากเนอะ

x_DSC01922

ด้านใต้ลานยังเจาะเป็นพื้นที่ใต้ดินอย่างใหญ่โตมโหฬาร
พระเจ้า จีรศักดิ์นึกว่าของดีจะมีอยู่แต่ข้างบน
ข้างล่างมีอะไรให้ดูอีกเยอะ มีลาน
นิทรรศการด้วย
ใครเรียนเรื่องศิลปะการจัดแสดงน่าจะมาดูงานที่เกาหลีนะ

x_02_DSC01930

ตกกลางคืน เรามาดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่ย่าน Bukchon
ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่กลางวัน ชมพู่สั่ง Granchio
เป็นคาโบนาล่าปู จีรศักดิ์สั่งคาโบนาล่าธรรมดา
ตามประสานักเรียนจนๆ เพราะราคาต่างกันเป็นเท่าๆ
แต่พอลองชิมของเจ๊ดู กรี๊ดดดดด อร่อยเหาะ
จานนี้ราคาห้าร้อยกว่าบาท ชมพู่ แกกล้ามาก

พรุ่งนี้แล้ว จะได้ไปเที่ยว Lotte World
จีรศักดิ์จะไปปล่อยแก่แบบไหน ติดตามได้ในตอนถัดไป..

2 Comments (+add yours?)

  1. Fun Diary
    Oct 28, 2009 @ 22:29:53

    ขอบใจสำหรับข้อมูล ทำให้หายข้องใจคาใจได้เยอะเชียว แต่กว่าจะอ่านเข้าใจได้เนี่ยต้อง 3 รอบ งงมากๆๆ รูปก้องดูดีทุกรูปเลยง่ะ ยอดเยี่ยมมาก

    Reply

  2. † Raïnßow
    Oct 30, 2009 @ 18:46:16

    คาโบนาราปูน่าหม่ำจังเลยค่ะ ^_^อ.ดูผอมลงนะเนี่ย ภาพสวยๆทั้งนั้นเลยยย

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: