กลับเมืองไทยแบบ Royal Silk คริ คริ

 
จีรศักดิ์กลับมาเมืองไทยแล้วพี่น้อง !! หนีหน้าหนาวเกาหลีกลับมาไทยเดือนนึง
ปีนี้หนาวนรกมาก ยืนรอแทกซี่ไปสนามบินตอนใกล้ 6 โมงเช้าท่ามกลางอุณหภูมิ -6
เป็นประหนึ่งดั่งการบำเพ็ญทุกขกิริยา…
 
 

กลับคราวนี้ไม่ธรรมดาจ๊ะ เพราะจีรศักดิ์เลือกชั้น Business Class
เพื่อให้สมกับฐานันดรชั้นกระฎุมพี (แปลว่าไรไปหากันเอาเอง)
อิ อิ ปล่าวหรอก เผอิญแค่จองตั๋วทางเวปของการบินไทย ราคาตั๋วชั้น
Economy Class แทบไม่ต่างจาก Business Class เลย แม่เจ้า
มันเป็นไปได้อย่างไรน่ะหรือ หึ หึ เดี๋ยวเรามาตามไปดูกัน…
 
แล้วชั้น Business Class หรือเรียกตามภาษาการบินไทยว่า Royal Silk
มันดีเด่กว่าอย่างไรน่ะหรือ… หากเป็นการบินมาเมืองไทย
จะไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง
ต้องขาออกจากไทยนั่นแหละ จึงจะเห็นความคุ้มค่ามากหน่อย
  
จีรศักดิ์จะรีวิวเที่ยวจากเกาหลีมาไทยก่อนนะ
เริ่มจากตอน Check-in ก็มีเคาน์เตอร์ต่างหาก
ไม่ต้องต่อคิวปะปนกับสามัญชนคนธรรมดา แถมปูพรมให้สวยสด
กระเป๋าเอาขึ้นได้ถึง 30 กิโล (บวกกับสมาชิก Royal Orchid บัตรเงิน
ของจีรศักดิ์อีก 10 กิโล ฮ่าๆ ขนสมบัติมันเลยทีนี้)
กระเป๋าติด Priority Tag ให้
(แต่คาดว่ามันก็ยังถูกโยนถูกขว้างและมาช้าไม่ต่างจากเดิม)
 
 
มี lounge ให้นั่งระหว่างรอเครื่อง อย่างไรก็ดี
การบินไทยไม่มี lounge ของตัวเองที่สนามบินปูซาน
ต้องระเห็จไปใช้ lounge ของสายการบินพันธมิตรอย่าง Asiana
ซึ่งความหรูหราอยู่ในระดับ =งั๊นๆ= อย่างรุนแรง..
ของกินก็น้อยมาก แม่ไม่ปลื้มจริงๆ เอาเถอะช่างมัน
ไว้ขากลับไปเกาหลีแล้วได้เข้าเลานจ์
ของการบินไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไหร่
จะต้องมีรายการเอาคืนอย่างถึงที่สุด…



ถึงเวลาขึ้นเครื่องก็มีช่องพิเศษ เดินตัวปลิวนวยนาถเข้าเครื่องได้เลย
ไม่ต้องต่อคิวทำตัวปะปนกับสามัญชน
เห็นที่นั่งไหมเอ่ย ใหญ่ก็จริงแต่เป็นที่นั่งรุ่นพระเจ้าหมื่นปี
และนี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมราคาถึงถูกมหัศจรรย์
การบินไทยน่าจะได้รับรางวัลสายการบินอนุรักษ์นิยมดีเด่นอีกรางวัล
บังอาจเอาป้ามาบิน กรอด…. อย่างไรก็ดี
ที่นั่งกว้างทำให้จีรศักดิ์หลับสบายไม่เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว
จะคุดคู้ท่าไหนก็ได้ตามใจนึก แถมหน้าต่างให้อีกสองหน้าต่าง
กว้างขวางสบายจริงๆ

 
 
ความเคียดแค้นจากเรื่องที่นั่งรุ่นบรรพกาล ถูกลบเลือนด้วยของแจกแถมมากมาย
จีรศักดิ์หยิบนิตยสารต่างประเทศที่พนักงานเข็นมา รวมได้ 5 เล่ม ดีจริงๆ
ได้เช็ต Amenity มาสองชุด (เพราะคนข้างๆไม่เอา อิ อิ )
อาหารก็ถูกเสิร์ฟอย่างเต็มรูปแบบราวภัตตาคาร 
เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยตามรูปด้านบน ต่อมาเป็นอาหารชุดหลัก
ตามด้วยชุดผลไม้และเนยแข็ง  (เลือกได้ด้วยว่าจะกินผลไม้อะไร)

 

ส่วนไวน์ดีดีก็มีเสิร์ฟไม่อั้น   ปิดท้ายด้วยเค้กและกาแฟคาปูชิโน
(มันเป็นคาปูชิโนที่อร่อยที่สุดตั้งแต่กินมาเล้ย)
และแถมด้วยแซนด์วิชก่อนลงเครื่อง เดินพุงกางลงจากเครื่องเลย เอิ่ก…

แต่การบริการโดยรวมติดลบนะ เห็นแอร์ที่มีรังสีเมตตากรุณาอยู่คนเดียว
นอกนั้นรังสีอำมหิตแรงกล้ามาก จนจีรศักดิ์ไม่กล้าต่อกรหรือเรียกร้องอะไรเพิ่ม
โดยเฉพาะสจ๊วดตุ๊ด (ที่ถือเป็นมาสคอตประจำสายการบินไทย)
นี่แผ่รัศมีวงกว้างมากเป็นพิเศษ ขอน้ำแก้วนึงยังไม่เอามาให้เลย
ต้องไปขอแอร์ผู้อารีย์แทน  จีรศักดิ์โมโห
ก็เลยเอาแก้วกลับมาเพื่อระลึกถึงความทรงจำอันโหดร้ายใบนึง อิ อิ
 
ก่อนลงจากเครื่อง มีประกาศห้ามนำสัตว์เข้าประเทศ
จีรศักดิ์ร้อนตัวมาก… เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ด่านจะค้นพบสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในปาก..
กร๊ากกกก….
 
ออกจากสนามบิน โดนลมร้อนปะทะกายา อูวววว ช้านนเกลียดเมืองไทย…..
เมื่อเช้า -6 ตอนนี้น่าจะซัก 32 องศา อยากจะพุ่งตัวกลับเกาหลีในบัดดล
หนาวยังไงก็ห่มผ้าให้อุ่นได้ แต่อากาศร้อนนี้แก้ผ้าเดินก็ไม่หาย จริงไหม..
 
 
 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: