เที่ยวชายแดนสองเกาหลี DMZ และ JSA (Panmunjom) สุดตื่นเต้นปนระทึก

ขอเกริ่นไว้ก่อนว่า การเดินทางไปทริปครั้งนี้ถือได้ว่าเสี่ยงตายที่สุด
ในชีวิตของจีรศักดิ์ นั่นเพราะจุดหมายของทริปนี้คือพรมแดนเกาหลีเหนือ-ใต้
ซึ่งปกติไม่สามารถเข้าออกได้เนื่องจากสองเกาหลีเป็นปรปักษ์ต่อกัน
ในทางเทคนิคถือได้ว่าจีรศักดิ์ได้ไปเหยียบเกาหลีเหนือแล้วล่ะ
(เดี๋ยวจะว่าในรายละเอียดต่อไป) ทริปนี้ไปเองไม่ได้ ต้องซื้อทัวร์ไปเท่านั้น 
และระหว่างทางยังต้องเปลี่ยนไปนั่งรถบัสของUN
ซึ่งจะมีทหารสหรัฐ escort ติดรถไปด้วย
แม้กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าทริปนี้จะปลอดภัยแต่อย่างใด ก่อนไปเหยียบพรมแดน
ก็ยังต้องเซ็นรับรู้ก่อนว่าอาจเจอการปะทะจากฝ่ายตรงข้ามได้

 map

ประเทศเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าไม่ได้มีสนธิสัญญาสันติภาพต่อกัน
ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รับรู้การมีอยู่และรัฐบาลของกันและกัน
สงครามในคาบสมุทรเกาหลีจึงอาจจะระเบิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้
จากการจู่โจมโดยกระทันหันของฝ่ายคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ
ที่ผ่านมานับตั้งแต่สงครามเกาหลีสงบจากข้อตกลงหยุดยิงในปี คศ.1953
เกาหลีเหนือก็ยังทำวีรกรรมไว้มากมายอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
มีทั้งการลักพาตัวประชาชน ส่งสปายสายลับ ส่งกองกำลังข้ามพรมแดน
ยิงนักท่องเที่ยวและจับชาวประมงเกาหลีใต้ แอบลอบขุดอุโมงค์ลับ(เดี๋ยวจะพาไปดูด้วย)
ยิงเรือรบเกาหลีใต้จม (เมื่อไม่นานมานี้) และอะไรอื่นๆยากจะสาธยายได้หมด
ที่น่าเศร้าคือพรมแดนนี้กั้นคนชาติเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน และเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน
จริงๆแล้วไม่มีฝ่ายใดเห็นว่านั่นคือพรมแดน เพราะต่างอ้างความเป็นเจ้าของ
คาบสมุทรเกาหลีทั้งหมด ที่กั้นนี่ก็คือการกั้นอย่างเสียไม่ได้และเลี่ยงการตีกันเท่านั้นเอง
ทั้งสองฝ่ายไม่ได้สมัครใจเลย แต่ UN และสหรัฐเป็นคนกำหนดเขตเหล่านี้

DMZ_map
 
พรมแดนที่กั้นระหว่างสองเกาหลีไม่ได้เป็นเส้นแบบที่ก้าวขาไปก็ข้ามไปได้อีกฝั่ง
เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ถอยร่นเว้นที่ไว้ด้านละประมาณ2กิโลเมตร ทำให้เกิดเป็นแนวใหญ่
พาดกลางคาบสมุทรเกาหลี แนวที่มีความกว้างโดยเเฉลี่ย 4 (2+2) กิโลเมตรนี้เรียกว่า
DMZ หรือ Demilitarized Zone ไม่ว่าทหารหรือพลเรือนก็ไม่สามารถเข้าออกบริเวณนี้ได้
แต่หากพื้นที่ใน DMZ ทั้งหมดถูกปิดกั้นทั้งหมด
ทั้งสองประเทศก็ไม่มีทางติดต่อเจรจาพบปะหารือในกรณีฉุกเฉินได้
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของเขต JSA Jointed Secutiry Area
ซึ่งจะตั้งอยู่ใจกลางเขต DMZ และอยู่ภายใต้การควบคุมจากหลายฝ่าย ทั้งสองเกาหลี
และสหประชาชาติ (UN) และชาติเป็นกลางอื่นๆ
จุดสำคัญที่สุดใน JSA ก็คือบริเวณ Panmunjom(พันมุนจอม)
ซึ่งเป็นจุดที่ทหารของสองเกาหลีจะยืนเผชิญหน้ากันตลอดเวลา
โดยมีเส้นแบ่งคร่อมตึกเจรจาไว้อย่างชัดเจน

ZZ_JSA_Movie
 
แต่เป็นมันเป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดตั้งแต่จีรศักดิ์ได้มาเกาหลีและได้รับรู้ว่าเราชาวต่างชาติ
สามารถไปเยือนPanmunjomได้ในฐานะแขกของUN
ซึ่งแม้แต่คนเกาหลีและคนจากบางประเทศก็ยังหมดสิทธิ์ไป
แต่เหล่าสาวกเกาหลีส่วนใหญ่ชาวไทยจะไม่ไปทริปแบบนี้
เพราะไม่ได้เน้นความบันเทิงเริงรมย์ ไฮไลท์ของทัวร์นี้คือ Panmunjom
ซึ่งเป็นสถานที่เดียวที่ทหารของสองเกาหลีจะมายืนประจันหน้าหายใจรดกัน
จริงๆมันเป็นสถานที่ที่เอาไว้ให้สองเกาหลีเจรจากันในกรณีเกิดวิกฤติ
(ซึ่งก็ถูกใช้งานหลายครั้งแล้ว ทั้งเจรจาดีดี และยิงเป่าหัวกัน)
สถานที่นี้
อยู่ในความดูแลของUNด้วย หลายคนคงจะคุ้นตาดี
เพราะปรากฎบ่อยๆในหนังเกาหลีที่พูดถึงเรื่องของการแบ่งแยกประเทศ
โดยเฉพาะหนังเกาหลีฟอร์มยักษ์เรื่องJSA ที่ทำเอาจีรศักดิ์น้ำตาซึม
แถมออกอาการซึมเศร้าไปสามวันสามคืนติดกัน และคิดว่าชาตินี้จะต้องไปเยือน
พันมุนจอมให้ได้ และแล้ว วันนั้นก็มาถึง…..

XX_DSC03937

รถออกจากกรุงโซลตอนเที่ยง ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็เข้าใกล้เขตDMZ
(คราวนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าถ้าเกาหลีเหนือบุก เมืองไหนจะเละตุ้มเป๊ะก่อนเป็นอันดับแรก
กรุงโซลนั่นเอง อิอิ) ก่อนอื่นรถจะข้ามสะพาน Unification Bridge
(สะพานรวมประเทศ)ก่อน ในรูปจะเป็นด่านก่อนขึ้นสะพาน
เลยสะพานไปเราจะถ่ายรูปสองข้างทางไม่ได้
ยกเว้นบางจุดเท่านั้นที่ได้รีบอนุญาตให้ถ่ายได้ 
ในรูปจะเห็นเจ๊หน้าบานคนนึง
นั่นคือไกด์สาวชาวเกาหลีของเรานั่นเอง ใครเป็นแฟนเจ๊แย่หน่อย
เพราะไม่รู้ว่าเจ๊จะถูกทหารเกาหลีเหนือเป่าดับวันไหน ฮ่าๆๆ
อ้อ ลืมบอกไปว่าทัวร์นี้ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะคนเกาหลีมาทัวร์นี้ไม่ได้อยู่แล้ว
คณะเราทั้งหมดเป็นฝรั่งหัวทองหรือไม่ก็ลูกครึ่งสัญชาติอเมริกัน มีจีรศักดิ์กับเพื่อน
ที่ไปด้วยเท่านั้นที่เป็นชาวไทยหัวดำๆ   

XX_DSC03939
  

การเหตุไฉนเลยจีรศักดิ์จะไม่ถ่าย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หลังจากข้ามสะพานแล้ว
จากนี้จะเริ่มเข้าใกล้เขต DMZ (ยังไม่เข้าเต็มๆนะจ๊ะ) สังเกตว่าจากนี้จะมีแต่ป่าๆๆๆ และป่า
เพราะเป็นเขตควบคุมพิเศษ ด้วยเหตุนี้แถวนี้จึงกลายเป็นเสมือนสถานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
ไปโดยบัดดล นี่ก็ 50 ปีผ่านไปแล้ว ที่แทบไม่มีใครมายุ่มย่ามแถวนี้

XF_DSC03947_EX_MSN

เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ ลองมาดูแผนที่ที่จีรศักดิ์ดัดแปลงมากันเถิด
เส้นสีแดงคือเส้นแบ่งเขตแดน สีส้มคือเขตที่แต่ละฝ่ายถอยร่นเป็นกันชน
พื้นที่ในเขตนี้ทั้งหมดจะถูกเรียกว่า DMZ ในเขต DMZ จะเป็นที่ตั้งของเขต JSA
ซึ่งประกอบไปด้วยค่ายทหารUN (Camp Bonifas) และมีสถานเจรจาตกลงPanmunjom
คร่อมพรมแดนสีแดงอยู่ (อยู่ทางซ้ายมือสุดของรูปน่ะ)
นอกจากนั้นยังมีหมู่บ้านของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ (ในวงสีแดงและสีขาวตามลำดับ)
ซึ่งหมู่บ้านสองแห่งนี้เท่านั้นที่อยู่ในเขต DMZ (จริงๆทางฝั่งเกาหลีเหนือเป็นหมู่บ้านหลอกๆ
ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันทีหลังนะ) หมู่บ้านฝั่งเกาหลีนั้น คนที่จะมีสิทธิ์อยู่
ต้องเป็นคนในพื้นที่เดิมก่อนการแบ่งแยกเท่านั้น  คงสงสัยล่ะสิว่า
ใครมันยังบ้าอยากจะอยู่ในเขตที่น่ากลัวบันลือโลกแบบนี้
คำตอบคือคนในหมู่บ้านนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลมากมาย
เช่นอยากเข้าเรียนมหาลัยอะไรก็ได้ที่เกาหลี เป็นต้น

xx_DSC03964 

ก่อนเข้าเขตDMZ ทัวร์จะพาเราไปเยือนหอนิทรรศการ DMZ และต่อด้วย
หนึ่งในหลายๆถ้ำที่ทหารเกาหลีเหนือขุดไว้ให้มาโผล่จ๊ะเอ๋ฝั่งเกาหลีใต้ ที่เค้าพาไปคืออุโมค์
แห่งที่สาม คาดว่าอุโมงค์แบบนี้น่าจะมีทั้งหมดมากกว่า 10 อุโมงค์ แต่ยังไม่เจอทั้งหมด  
ปากอุโมงค์แห่งที่3นี้ห่างจากกรุงโซลแค่ 50 กิโลเมตรเท่านั้น
ถ้าทหารเป็นกองพันวิ่งมาพร้อมกันจากหลายอุโมงค์ก็คงจะคาดเดาผลลัพธ์ได้ไม่ยาก
และนี่คือหนึ่งในความปราถนาดีอย่างสุดหัวใจของทหารเกาหลีเหนือ
มาสู่ประชาชนชาวกรุงโซลของเกาหลีใต้ทุกคน ซึ้งใจจริงๆพับผ่า

xx_DSC03956_tunnel

ในรูปจะเป็นช่วงต้นๆของถ้ำ ซึ่งเป็นทางเรียบลาดลงไปสุดสายตาจนน่าตกใจ
แต่พอเดินลงไปลึกๆถ้ำดีดีก็กลายสภาพเป็นนรก ทั้งแคบ ทั้งเตี้ย ทั้งมืดสลัว และชื้น
มีน้ำหยดลงมาจากเพดานถ้ำตลอดเวลา ผนังก็เป็นหินแกรนิตขรุขระ น่าจะเรียกว่า
ระเบิดถ้ำมากกว่าขุดถ้ำ เพราะมีรูไดนาไมต์เต็มไปหมด
ขยันและทะเยอทะยานจริงๆเลยพวกทหารเกาหลีเหนือนี่

xx_DSC03969

จากนั้นทัวร์ก็พาเราไปแอบส่องกล้องดูฝั่งเกาหลีเหนือบนยอดเขาโดราซัน
(ย่อมาจากโดราเอมอนซัน: ใครเชื่อก็บ้าแล้ว ฮ่าๆๆ) เขาโดราซันเป็นจุดชัยภูมิที่ดีเลิศ
เห็นฝั่งเกาหลีเหนือได้กว้างเลย ดังนั้นจึงต้องมีทหารคอยควบคุมไม่ไห้คนถ่ายรูปฝั่งโน๊น
หรือแอบถ่ายรูปผ่านกล้องส่องทางไกล (แต่ขอโทษนะ ตอนท้ายของทัวร์ เค้าพาไปอีกที่นึง
ที่ชิดเส้นแดงพรมแดนเลย จึงเห็นเกาหลีเหนือชัดกว่าส่องจากกล้องบ้าๆนี้อีก)
ที่นี่มีหอสังเกตการณ์ของทหารด้วย แน่นอนเราเข้าไปไม่ได้
ฝรั่งคนนึงบ่นว่า “กรี๊ดด นี่พาชั้นมาทำไมเนี่ยะ อะไรๆก็เข้าไม่ได้”
จีรศักดิ์เห็นด้วย แต่อีกใจนึงก็นึกอยากจะให้เจ๊ออกไปเดินเล่นอย่างอิสระริมถนนแถวนี้
เพราะริมถนนนักจะมีป้ายปักไว้ว่า ”ระวังกับระเบิด”

XX_DSC03988

สถานที่ต่อไปคือสถานีรถไฟโดราซัน ที่ถูกสร้างขึ้นสมัยเมื่อสองเกาหลีมีความสัมพันธ์ที่ดี
ต่อกันเมื่อหลายปีก่อน โดยมีการต่อทางรถไฟที่เคยถูกตัดขาดไปให้เชื่อมกันใหม่
ปัจจุบันถูกใช้แค่ไว้ขนส่งลำเลียงสินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ที่ไปตั้งในเกาหลีเหนือ
และสำหรับนักธุรกิจในนิคมเท่านั้น ประชาชนทั่วไปหมดสิทธิ์
เสียดายมาก อุตส่าห์สร้างซะใหญ่โต

xx_DSC03983

ป้ายใหญ่ในตัวสถานีรถไฟ มีข้อความแสดงข้อความซึ้งๆว่า
”ไม่ใช่สถานีที่อยู่เหนือสุดของดินแดนเราทางฝั่งใต้
แต่เป็นสถานีแรกสุดไปสู่ดินแดนทางฝั่งเหนือ”

XX_DSC03994 

มันเป็นความขนขื่นที่ว่า เรายังไม่มีความหวังเลยว่า
สถานีนี้จะถูกใช้สำหรับให้คนสองเกาหลีผ่านเข้าออกหากันได้โดยอิสระ
ในป้ายที่ชานชาลาบอกไว้ว่าจากสถานีนี้เชื่อมระหว่างสองเมืองหลวง
นั่นคือกรุงโซล และกรุงเปียงยาง ใครอยากไปกรุงเปียงยางบ้างเอ่ย… 

XX_Bonifus_DSC03999

จากนั้นรถพาเราเข้าเขตDMZ และJSA ซึ่งจะมีค่ายทหารของUN อยู่ (Camp Bonifas)
เราจะต้องเข้าไปฟังแลคเชอร์เกี่ยวกับ JSA และภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
บรรยายโดยทหารสหรัฐมาดแมน ซึ่งสำเนียงฟังยากมาก แถมพูดเร็วน้ำไหลไฟดับ
จีรศักดิ์ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ยังดีที่ศึกษาหาข้อมูลไปก่อนบ้าง
ฟังข่าว CNN ยังรู้เรื่องกว่าหลายเท่าเลย เซ็งจิต

XX_DSC03943

จากนี้ เราจะไปเยือนสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของทัวร์นี้ นั่นคือ Panmunjom นั่นเอง
ให้ดูแบบจำลองก่อนนะ เราจะเห็นอาคารเจรจาสีฟ้าหลายหลังเรียงกัน
อาคารเหล่านี้จะตั้งคร่อมเขตแดนสองเกาหลีพอดี ข้างในจะมีโต๊ะเจรจา
ของบรรดาผู้แทนประเทศที่เป็นกลาง และตัวแทนของ UN
อาคารสวยๆสไตล์โมเดิร์นด้านขวามือคืออาคาร Freedom House ของเกาหลีใต้
ตึกแบบคร่ำครึที่อยู่เลยอาคารสีฟ้าออกไปคืออาคารของเกาหลีเหนือ
ตึกของสองกาหลีมันตั้งประจันหน้ากันอยู่อย่างนี้แหละ
โดยมีทหารของทั้งสองฝ่ายและทหารUNรักษาการอยู่ตลอดเวลา
เราจะเข้าไปในอาคารสีฟ้านี้กันด้วย

xx_DSC04004

รถบัสของ UN จะไปจอดหน้าอาคาร Freedom House
เราจะเดินเข้าไปในอาคารก่อนและตั้งแถวให้เป็นระเบียบในอาคาร
เพื่อเดินออกไปโผล่อีกด้านไปให้ทหารเกาหลีเหนือเชือดทีละคน (แฮ่ พูดเล่นน่า)
พอเดินเรียงแถวขึ้นถึงบันไดขั้นสุดท้ายจะเห็นทางออกอีกด้านปรากฎอยู่ตรงหน้า
ทางออกของตัวอาคารอีกด้านนำไปสู่ฉากอันน่าตื่นตะลึง ที่จีรศักดิ์ไม่คาดคิดว่าชาตินี้
จะได้มีโอกาสเห็นด้วยตาของตัวเอง ก่อนอื่น จีรศักดิ์ขอสารภาพว่า
แว๊ปแรกที่ได้เห็นภาพนี้ตอนมองมาจากในอาคารฝั่งเกาหลีใต้ รู้สึกกลัวและประหม่ามาก
คิดว่าคนอื่นๆก็รู้สึกเหมือนกัน ไม่มีใครพูด ยิ้ม หรือหยอกล้นกันเลย
เพราะเบื้องหน้าเรา ถัดจากครึ่งหนึ่งของอาคารสีฟ้าไป
ก็คือเกาหลีเหนือ และทหารเกาหลีเหนือ  บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดจนน่ากลัว
นี่คือการเผชิญหน้ากับประเทศที่ลี้ลับและเก็บตัวเงียบที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนี้
จนมีคนตั้งสมญานามให้ว่า ”Hermit Kingdom” หรือดินแดนแห่งฤาษี

โปรดติดตามตอนต่อไป…  อิอิ เสียอารมณ์เลยใช่ม๊า แหม จะดูของดีต้องใจเย็นๆ…

 

 

4 Comments (+add yours?)

  1. Komson
    Jul 01, 2010 @ 10:57:22

    ตามเราไปนี่หว่า…..ฮ่า ๆๆ

    Reply

  2. KONG
    Jul 01, 2010 @ 11:32:20

    คมสัน เค้าพาแกไปเที่ยวถ้ำอย่างเดียวไม่ใช่เหรอ JSA Panmunjom แกไม่ได้ไปหนิ ฮ่าๆๆๆ

    Reply

  3. anuson
    Nov 11, 2010 @ 01:05:14

    ไปมา สนุกมากเลยพี่ สวยด้วย

    Reply

  4. anuson
    Nov 11, 2010 @ 01:06:03

    เกาหลีใต้ หน้าอยู้มากๆๆ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s